D54- [Tag#] ชีวิตมัธยม

posted on 28 Mar 2011 14:16 by blackart  in Diary

1. คุณเคยอยู่โรงเรียนมัธยม หรือ คุณอยู่โรงเรียนมัธยม ชื่อว่าอะไร

  • ศึกษานารี

2. ตอนนี้คุณอยู่ปีที่เท่าไหร่ชั้นอะไร

  • กำลังขึ้น ม.5/1 ค่า...

3. อยู่โรงเรียนกิจกรรมที่ชอบทำกับเพื่อนในตอนเช้า

  • กินข้าว คุย อ่านหนังสือ ดูว่ามีการบ้านอะไรที่ลืมทำบ้าง (แล้วก็จัดการลอก)

4. ตอนกลางวันชอบนั่งทานข้าวกับใคร

  • เพื่อนในกลุ่มหรือรุ่นน้องที่รู้จัก

5. ในห้องเรียนคุณมีเพื่อนสนิทหรือไม่ ชื่ออะไร ?

  • มีสิจ้ะ มีอยู่ 2 คนที่สนิทสุดๆ กับอีก 2 คนที่ค่อนข้างสนิท ไม่ขอเอ่ยนาม เผื่อทีหลังมันมาเจอแล้วเจ้าของบล็อกอาจตายก่อนวัยอันควร

6. ตอนนี้คุณนั่งข้างๆ ใคร

  •  Now!!! นั่งคนเดียว หน้าโต๊ะคอมที่บ้าน แต่ไม่ต้องการให้ใครมานั่งข้างๆ ค่ะ
  • ที่โรงเรียน -- ข้าง "แพรคับ"

7. คุณมีรุ่นพี่ที่รู้จักเยอะมั้ย ?

  • ถ้ารุ่นพี่ที่เห็นหน้าเห็นตากันอยู่บ่อยก็เยอะแต่ไม่ค่อยมาก แต่ถ้ารุ่นพี่ที่คุยกันเฉยๆ อาจจะไม่เคยเห็นหน้าละก็...เยอะมาก จำชื่อไม่ค่อยได้ (และก็ไม่กล้าถามใหม่ เดี๋ยวหาว่าทำไมไม่จำ 55+)

8. คุณมีแฟนมั้ย ถ้าคุณมี แฟนคุณอยู่ ม. อะไร

  • ไม่มีค่ะ มีแต่คนมาจีบ แล้วก็ปฏิเสธไป ไม่รู้ป่านนี้ไอ้คนนั้นเป็นยังไงไปแล้ว หลังๆ ไม่โทรมาหาเลย 55+

9. คุณมีเพื่อนต่างห้องมั้ย ?

  • มีเยอะมากๆ

10. กีฬาสีคุณอยู่สีอะไร

  • เออ...ยังไม่รู้เลยค่ะ พอดีว่าจับฉลากสีใหม่ทุกปี

11. ในวันกีฬาคุณมีหน้าที่อะไรบ้าง

  • ม.4 ทำพาเหรดค่ะ อยู่ฝ่ายทำกระทงให้เดินพาเหรด แต่พอวันงานจริง อิน้อง ม.3 ดันหนีกลับ เด็กม.ปลายอย่างเราเลยต้องแอบแบ๊วใส่ชุด ม.ต้นไปเดินพาเหรด
  • ส่วนตอน ม.ต้นก็...ดูเพื่อนเล่นกีฬาค่ะ ไม่ได้ทำอะไรนอกจากขนนิยายไปนั่งอ่านในห้องเรียน ปิดประตูให้เสียงเงียบที่สุด

12. คุณมาโรงเรียนกี่โมง

  • ม.ต้น 6.00 น.ก็ถึง ร.ร.แล้ว สายสุดๆ ก็ 6.15 น.
  • ม.ปลาย เร็วสุด 6.20 น. สายๆ ก็ 7.00 น. แต่ปกติ 6.30 น.

13. ตอนสอบคุณมาโรงเรียนกี่โมง

  • มาปกติค่ะ แต่ถ้ามีสอบแต่รอบบ่ายจะมาใกล้ๆ เวลาสอบ บางทีก็เฉียดฉิว

14. ในห้องคุณมีกี่คน

  • ม.ต้น 54 คน ม.ปลาย 56 คนค่ะ

15. ตอนสอบเสร็จคุณไปทำอะไรบ้าง

  • กลับบ้าน อ่านหนังสือคลายเครียด เล่นคอม

16. คุณมีวงดนตรีที่ชื่นชอบในโรงเรียนมั้ย ? ชื่อวง ?

  • เออ...ไม่เคยสนใจค่ะ

17. กลับบ้านกับใคร

  • บางทีก็กลับกับแพรคับ บางทีก็กลับคนเดียว

18. ตอนเย็นนั่งคุยกับใคร

  • ถ้ายังไม่กลับก็อยู่กับแพรคับ ไม่ก็ไปเที่ยวต่อกับเพื่อนในกลุ่ม แต่ส่วนใหญ่กลับบ้านเลยไม่มีทำอะไรต่อ

19. คุณมีเพื่อนรักที่สุดที่ไม่ได้อยู่โรงเรียนนี้มั้ย

  • มีนะ แต่ว่าไม่ค่อยสนิทเหมือนเมื่อก่อนแล้ว กะว่าจะนัดไปกินอะไรด้วยกันหน่อย แต่ยังว่างไม่ตรงกันเลย

20. คุณได้ตังค์มาโรงเรียนวันละเท่าไหร่ทำอะไรบ้าง

  • เป็นเดินอะคะ 2000

 21. คุณคิดว่าใครสวยที่สุดในโรงเรียน

  • สวยๆ หลายคนค่ะ เลือกไม่ถูกว่าใครสวยสุด

 22. คุณมีเพื่อนสนิทชายมั้ย (ไม่ใช่แฟนนะ)

  • มีค่ะ เป็นรุ่นพี่ต่างโรงเรียน

23. ชอบวิชาอะไรบ้าง

  • เออ..หลายวิชาค่ะ ชีวะ คณิต เคมี

 24. ชอบครูคนไหนที่สุดในโรงเรียน

  • ครูสมสวยค่ะ ...สอนสังคมรู้เรื่องสุด ครูเค้ารู้จัก รู้เยอะ รู้ลึก ที่สำคัญสอนสนุกไม่หลับไม่ง่วง แม้จะออกข้อสอบโหดไปนิด แต่เพราะสอนดีสอนแล้วเข้าใจก็พอทำได้ค่ะ
  • ครูสริลดา ครูศรีละออ เข้าใจนักเรียน

25. หากคุณจบจากโรงเรียนนี้ไปคุณอยากบอกอะไรกับโรงเรียน

  • ขอบคุณที่ทำให้หนูมีวันนี้ค่ะ

 

เครดิต http://babanaruto.exteen.com/20110327/tag

คงไม่ต้องพูดว่าที่ญี่ปุ่นเกิดอะไรขึ้น เสียหายขนาดไหน บาดเจ็บล้มตายไปมากเท่าไหร่
 
แต่สิ่งที่อยากจะพูดคือความประทับใจดีๆ ที่เกิดขึ้นในยามที่ 'เขา' ลำบาก ต่างหาก
 
 
Photobucket
 
ตัวเราก็ได้ร่วมบริจาคเงินช่วยประเทศญีปุ่นบ้าง ไม่ได้มากมายอะไร ทีนี้ก็ไปได้ข่าวว่าทาง BOICE (แฟนคลับ CNBlue) ในไทย มีการประมูลของเพื่อนำเงินบริจาคเข้า 'บัญชีโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวและสึนามิ ประเทศญี่ปุ่น'
 
พอลองดูของที่นำมาประมูล เราก็เกิดสนใจปฏิทิน CNBlue เข้า....ก็เลยร่วมประมูลไปกับด้วย ถึงแม้ว่าจะมีงบน้อย แต่ก็คิดไว้แล้วว่าถึงประมูลของไม่สำเร็จ จะโอนเงินตรงส่วนนี้เข้าร่วมบริจาคด้วยอยู่แล้ว
 
...............................
.........................
 
แต่ผลกลับเป็นว่าเราประมูลสำเร็จ ได้ปฏิทินซีเอ็นบลูมาในราคาเพียง 350 บาท O..O
 
Photobucket
 
มายกอดดดด....หนูไม่อยากจะเชื่อ แต่มันก็เป็นไปแล้วค่ะ ตอนนี้รอของส่งมาให้อยู่ เมื่อตอนเที่ยงก็เพิ่งไปโอนเงินที่ธนาคารกรุงเทพในเซ็นทรัลพระรามสอง
 
 
Photobucket
 
 
 
..
...
....
..........
 
ดีใจมากๆ ...ดีใจที่ได้ของ...และดีใจที่ได้จ่ายตัง 55+
 
ปกติเราเป็นแฟนคลับนักร้องวงนี้อยู่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ได้ไล่ซื้อของทุกอย่างที่เป็นของซีเอ็นบลู แต่คราวนี้ความรู้สึกมันบอกว่า...ไม่ซื้อไม่ได้แล้ว ได้ทั้งของ ได้ทั้งทำบุญ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม
 
--------
แต่ถึงอย่างไร เวลาผ่านไปเจอกล่องรับบริจาคที่ไหน เราก็ยังคงบริจาคอยู่ ทีละ 5 บาท 10 บาทตามแต่ที่กะตังค์ตอนนั้นจะอำนวย

D53- เลี้ยงสายระหัส

posted on 21 Mar 2011 21:58 by blackart  in Diary
ไม่รู้ว่าที่โรงเรียนอื่นเค้าเป็นอย่างไรกัน แต่สำหรับโรงเรียนของบี เด็กทุกคนที่ขึ้นชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (หรือก็คือ ม.4 นั่นเอง) จะต้องมีสายระหัสเป็นของตัวเอง คล้ายๆ กับของมหาลัย... มีการรับน้อง จับสายระหัส เล่นสายระหัส แล้วก็เฉลยสายระหัส โดยในวันไว้ครูประจำปีของโรงเรียนจะเป็นวันที่พวกพี่ๆ ปีหนึ่ง (ซึ่งเราเรียกเขาว่ายายระหัส) จะกลับมาโรงเรียน และมาหาน้องๆ ในสายของตัวเอง....
 
 
สายเราเองก็เช่นกัน ในวันจับสายระหัส ทวดระหัสของเราก็มาดูเรา ทวดเราเป็นคนที่ป๊อปปูล่ามากๆ ในตอนที่ทวดยังเรียนอยู่ศึกษานารี...แต่เราไม่รู้จักทวด (พวกกบในกะลาก็งี้แหละ 55+) พอเห็นทวดแต่งชุดเหมือนผู้ชาย ดูทอมบย ก็นึกว่าเป็นแฟนพี่ๆ มหาลัยปีหนึ่ง...................การพบเจอกันครั้งนั้น ก็เลยเหมือนไม่ได้เจอ
 
ส่วนยายระหัสนั้น เราเพิ่งเคยเจอครั้งแรงตอนงานกีฬาสีโรงเรียน ตอนนั้นเราแต่งชุดมัธยมต้นเดินพาเหรด (เพราะพวกเด็ก ม.ต้นมันหนีไม่ยอมแต่ง ม.4 อย่างเราเลยต้องแอ๊บแบ๊วแต่งเอง) พอยายระหัสเห็น ยายก็ออกอาการตกกะใจ ทำตาโตแล้วถามว่า "เด็กที่ไหน" 55+
 
..........
.........
........
.......
......
.....
....
...
..
.
 
ส่วนวันนี้...เลิกงามยามดี ทุกคนนัดกันออกมากินเลี้ยงสายระหัส เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่ได้ทำแบบนี้
 
 
13.00 ฉันนั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีสยาม พอประตูรถไฟเปิดปุ๊บ....ละอองสายฝนก็สาดกระเซ็นเข้ามาปะทะหน้าทันที (ม่ายยยยย T____T ฝนจะมาตกอะไรตอนนี้ หนูอุตส่าห์ภาวนาของเทวดาให้แดดไม่ร้อน อากาศไม่หนาว แต่ฝนดันตกซะนี่????)
 
หลังจากออกจากรถไฟฟ้า ฉันก็โทรหาพี่ระหัส วนไปวนมาในสถานีรถไฟฟ้าจนขาลากกว่าจะเจอหน้าพี่ระหัส ป้าระหัส และทวดระหัส ส่วนยายระหัสนั้น...ยังหากันไม่เจอ
 
...ผลสุดท้ายก็ไปเจอกันในพารากอน
 
ปล.สรุปก็คือเรากับยายระหัสมารถไฟฟ้าขบวนเดียวกัน แต่นั่งคนละโบกี้ และก็หากันไม่เจอ
 
 
14.15 หลังจากสามารถหารถแท็กซี่ออกจากพารากินได้ เราก็ไปกันที่ร้านชาบูชาบู (เห็นทวดระหัสเรียกแบบนี้)  แถวๆ อนุสาวรีย์ชัย ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้ อาหารอร่อยมากๆ ราคาก็ไม่แพง แค่หัวละ 299 แต่สั่งได้ไม่อั้น ให้เวลานั่น 2 ชั่วโมงครึ่ง มีทั้งอาหารซีฟูด พวกตระกูลเนื้อ แล้วก็อาหารญี่ปุ่น อาทิ ซูชิ พิซซ่าญี่ปุ่น โทริยากิ ฯลฯ
 
....ทันทีที่อาหารถูกวางลงบนโต๊ะ หม้อไฟพร้อม...ทุกคนก็เม้าและโซ้ยแหลก ก็เลยลืมถ่ายรูปอาหารอันหน้ากินมาให้ทุกคนดู
 
15.40 ทุกคนเดินออกจากร้านชาบูชาบูในสภาพหนังท้องตึง แต่ป้ายังไม่หยุดจ้อ
 
16.00 ลงรถที่หน้าห้องมาบุญครอง สยามสแคร์ เจอรองเท้าสวยมากๆ เซลคู่ละ 200 บาท แต่เสียที่มีตำหนิ ก็เลยไม่ได้ซื้อมา (แต่ก็อยากได้ T__T)
 
16.20 ถ่ายรูปกันที่ร้านอะไรสักอย่าง ชื่อญี่ปุ่นๆ ในดิจิตอล เกตเวย์
 
17.10 กลับบ้านจ้า
 
 
 
สรุปรูปที่เราใช้มือถ่ายพี่ๆ ในสายระหัสระหว่างยืนรอรูปที่ถ่ายในร้านในห้างดิจิตอล เกตเวย์
 
 
Photobucket
 
ประเดิมภาพแรก...ทวดระหัส "พี่จิน"
 
เออ...พี่ท่านเป็นผู้หญิงนะคะ
 
Photobucket
 
รูปนี้...เป็นรูปของพี่ระหัส "พี่มด" และป้าระหัส "พี่เมย์" ค่ะ คงเดาได้นะคะใครป้าใครพี่ อิๆ
 
Photobucket
 
ส่วนรูปนี้เป็นรูปทวดระหัส "พี่จิน" กับ ยายระหัส "พี่อุ้ม"
 
อ๊ายยย!! ทำไมยายทำปากแบบนี้ละคะ ไม่งามๆ
 
Photobucket
 
รูปประชันความงามระหว่างป้าระหัส "พี่เมย์" กับยายระหัส "พี่อุ้ม"
 
Photobucket
 
รูปสุดท้ายยยย...โชว์ใบหน้างามๆ ของยายระหัสหน่อย พอดีงามน่ารัก เสียงก็เพราะ
 
 
 
------------
 
อ่า...เห็นรูปสายระหัสตัวเองแล้วหัวใจพองโต บางคนเรียนมหิดล บางคนเรียนบางมด
 
เราเองก็ต้องเข้า ม. ที่ต้องการให้ได้เหมือนกัน

D52- Favourites wiht my TWITTER

posted on 20 Mar 2011 18:06 by blackart  in Diary
ไม่ได้เข้ามาอัพ exteen นานพอควร เพราะรู้สึกเบื่อๆ ไม่อยากทำอะไร ปิดเทอมช่วงนี้ก็อยู่บ้าน-เรียน-อยู่บ้าน เป็นวัฏจักรของชีวิตจริงๆ
 
 
แต่ในความเรื่อยเปื่อยก็มีอยู่อย่างหนึ่งที่ทำประจำก็คือเล่น twitter //55+// คอยติดตามข่าวสารโลกภาพนอกจากทางนี้ตลอดเวลา เพราะแม้แต่ข่าวในทวิตก็ยังเร็วกว่าในทีวีเสียอีก บางครั้งอ่านทวิตของชาวบ้านเค้าแล้วก็ชอบ..ซึ้ง มีบางทีเอาไปโพสลงในเฟสบุ๊ค เพื่อนก็เข้าใจผิดว่าเราคลั่งปรัชญาหรือจิตตกกับความรักอีก Foot in mouth
 
 
--ความรักไม่ใช่มวย ที่จะชกข้ามรุ่นไม่ได้ จาก @i_jiGG
 
สิ่งที่ตามมาหลังจากโพสข้อความนี้ลงในเฟสก็คือ..."เฮ้ย! แอบชอบรุ่นพี่หรอ บอกมาดิ"...."ไม่ต้องอายน่า มันเรื่องธรรมชาติ ชอบใครบอกมา" อะไรเทือกนี้ พอบอกว่าเอามาจากคนอื่นก็ไม่เชื่ออีก หาว่าแก้ตัว Frown
 
 
--"นอกจากคนไทยจะไม่ทิ้งคนไทยด้วยกันแล้ว คนไทยก็ไม่ทิ้งใครด้วย" จาก #Ch3
อินเทรนด์กับภัยพิบัติที่ญี่ปุ่น ซึ่งคงไม่ต้องพูดว่าสะเทือนใจกับเหตุการณ์ และตื้นตันใจกับการช่วยเหลือของทั่วโลกขนาดไหน
 
 
--"ไม่หวาน ไม่ซึ้ง ไม่ Romantic ใช่ว่าไม่รัก แต่ไม่กล้าแสดงออกนัก เพราะเขินอาย" 
 
 
--เราจะคอยขอโทษคนที่เราทำผิดด้วยอยู่เรื่อยไป ถ้าคนนั้นมีค่ากับเรามากจริงๆ ถึงแม้ว่าเราจะทำอย่างอื่นชดเชยให้ แต่คำว่าขอโทษมันจะออกมาจากใจจริงๆ 
 
 
--"การสร้างความแตกต่างสุดโต่ง หาเอกลักษณ์ให้ตัวเองมากไป หากไม่เจ๋งจริง อาจจะมีคนไม่ชอบเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ"
 
 
ถ้ามีคนถามว่า "ไม่มีผม(ฉัน)คุณจะอยู่ได้มั้ย?" จงตอบกลับไปอย่างภูมิใจว่า "ถ้าไม่มีฉันแล้วเธอจะเสียใจ!!" 
 
 
"อย่าเปรียบเทียบตัวคุณกับคนอื่น คุณมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเเล้ว" จาก Suthisak
 
 
--"คนที่พูดแล้วเด็กฟัง คือคนที่ไม่ทำตัวข่มเด็ก" 
 
 
หยดน้ำหลงรักก้อนเมฆ อยากเสกตัวเองเป็นฟ้า อยากมีเมฆอยู่ใกล้ทุกเวลา จนลืมไว่าหยดน้ำก็คือส่วนหนึ่งของเมฆแล้ว ,,(ความรักคือการรักตัวเองให้เป็น) 
 
 
ความแตกแยกของคนไทย เป็นอาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดของเพื่อนบ้าน 
 
 
ความฝัน, เป็นของคนที่เชื่อว่า, มันไม่ใช่แค่ความฝัน  Kidmakk
 
อันนี้เป็นข้อความที่ชอบที่สุด กลายเป็นสิ่งที่คอยท่องไว้เสมอ เพื่อให้ฝันตัวเองเป็นจริง Cool
 
 
--"บางทีคนรักกันไม่จำเป็นต้องเจอกันทุกวัน แต่จะทำอย่างไรให้เหมือนเราได้อยู่ด้วยกันทุกวัน"  
 
 
--แม่ชีเทเรซ่ากล่าวว่า "พระเจ้าไม่เคยมอบสิ่งที่ยากเกินกว่าที่เราจะรับมือ"   
 
 
--ตำหนิตัวเอง ให้เหมือนที่ตำหนิคนอื่น...ชื่นชมคนอื่น ให้เหมือนที่ชื่นชมตนเอง  
 
 
--ทุกคนล้วนแล้วแต่มีจุดมุ่งหมายของตัวเอง ดังนั้นอย่าตัดสินคนอื่นด้วยความคิดของตัวเอง  Libraryhub
 
 
--“การที่เราเรียนรู้จากสิ่งที่เราไม่รู้ เราไม่เพียงทำดีในการทำลายโลกเก่า แต่ยังทำดีในการสร้างโลกใหม่ด้วย”...>>เหมาเจ๋อตุง 
 
 
--ก่อนที่คุณจะจะขอให้ใครปกป้องโลก คุณควรแน่ใจก่อนว่าเขาชอบโลกที่เป็นอยู่รึเปล่า  pootding
 
นั่นสินะคะ ไม่เคยถามคุณซูเปอร์แมนเหมือนกัน
 
 
--"เมื่อไหร่ที่โลกเหวี่ยงคนที่ใช่มาหาเรา กอดเค้าไว้แน่นๆ อย่าให้โลกเหวี่ยงเค้าไปจากเราอีก" 
 
 
--"ไม่จำเป็นต้องทำตามฝรั่งเพื่อให้ดูอินเตอร์ บางทีพยายามมากไปก็ดูเสร่อ ที่เป็นคนไทยทุกวันนี้ก็เลิศเลอสุดๆ ละ"
 
 
"หนึ่งในความประสาทของมนุษย์คือ ตอนเด็กอยากโต พอโตแล้วดันอยากกลับไปเป็นเด็ก"
 
 
 
ความรักไม่ใช่การผูกมัด แต่คำว่า "แฟน" ต่างหากที่ผูกมัดคน จาก...ตัวเอง
 
ตอนโดนคนรู้จักมาขอเป็นแฟน แล้วตอบเขาไปว่า...ยังไม่อยากมีแฟน ไม่พร้อมกับทุกๆ อย่าง ทั้งคำว่ารัก ไม่มีเวลาให้มาโทรเป็นชั่วโมงๆ ไม่มีเงินซื้อของให้พร่ำเพื่อ ไม่พร้อมให้คนมาทำเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
 
 
--"มีจินตนาการ แม้เพ้อฝัน มันก็ไม่ผิด ไม่มีจินตนาการเลยนี่ซิผิด" 
 
 
"ผู้ใหญ่บางคนมีค่านิยมแย่ๆ ถ้าเด็กทำดีจะไม่ชมเพราะกลัวเหลิง แต่ทำไม่ดีจะดุด่า ถ้าเด็กไม่กล้าทำอะไร ก็อย่าโทษเด็ก"  
 
 
--"บางที่เราไม่ได้ดูแย่เพราะตัวเราเอง แต่เราดูแย่ เพราะคนที่เรารักบอกว่าเราดูแย่ ทำให้เรารู้สึกแยต่างหาก"
 
 
จงใช้ 'ความเชื่อ' ลบไม้หันอากาศและว.แหวน ในคำว่า 'กลัว' และใช้ 'ความมั่นใจ' เติมไม้โทกับสระิอา เป็นคำว่า 'กล้า'
 
 
--"คนไทยอาจไม่ดีเหนือใคร แต่คนไทยมีดีไม่แพ้ใคร ใครจะดูถูกเราปล่อยเขา เราอย่าดูถูกกันเองก็พอ"
 
 
คำพูดสวยหรูที่ไม่มีเหตุผลคนมักจะชอบมากกว่าคำพูดแบบขวานพ่าซากแต่มีประโยชน์ Libraryhub
 
 
 
ตัวเราจะหมดคุณค่า ก็เมื่อตัวเราเองยังมองไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง
 
--------
สืบเนื่องจากบล็อกที่แล้วที่พูดถึงเน็ตมือถือ ทำให้ได้นึกย้อนไปถึงสมัยก่อนตอนที่เรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า "อินเตอร์เน็ต" คืออะไร
 
ตั้งแต่จำความได้ เราก็เล่นคอมเป็นแล้ว อาจจะเป็นเพราะว่าพ่อทำงานเกี่ยวกับด้านออกแบบกราฟฟิคลายเส้น (แม้เราจะไม่มีความสามารถด้านนีเลยก็เถอะ) ที่บ้านมีคอมอยู่หลายตัว แต่เป็นแม็คอินทอชระบบปฏิบัติการ OS หมด ไม่ได้เป็นระบบปฏิบัติการ Window เหมือนที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน
 
...และเราก็....ไม่รู้จักว่าอินเตอร์เน็ตคืออะไร ไม่ได้คิดว่ามันสำคัญ ไม่ได้คิดว่ามีประโยชน์ ไม่ได้คิดที่อยากจะรู้จัก
 
 
 
จวบจนกระทั่งเพื่อนคนหนึ่งพาไปเล่นเกมส์แต่งตัวตุ๊กตาที่ร้านเกมส์??? (ช่วงนั้นมีคอม PC แบบห่วยๆ ที่บ้านแล้วเครื่องหนึ่ง) เราถึงได้รู้ว่าอินเตอร์เน็ตนั้นมันน่าหลงไหลขนาดไหน มันทำให้เราเล่นเกมส์ได้ หาข้อมูลทำรายงานได้โดยที่ไม่ต้องยืมหนังสือที่ห้องสมุดมานั่งพิมพ์เอง อ่านนิยายออนไลน์ได้ และที่สำคัญคือได้รู้จักคนนู้นคนนี้ในอินเตอร์เน็ตไปหมด
 
ช่วงที่เล่นเน็ตใหม่ๆ เราเป็นคนซื่อๆ โง่ๆ ทำอะไรไม่เป็น เพื่อนสอนให้เข้าไปเล่นเกมส์ที่เว็บ teenee.com ก็เข้าเป็นแค่เว็บนั้น พอรุ่นพี่สอนให้รู้จัก dek-d ก็เข้าเป็นแค่เด็กดี แม้กระทั่ง Google ก็ยังไม่รู้จัก แต่พอตอนที่รู้จัก Google แล้วในช่วงแรกนี่เห่อเว็บนี้มาก เสิร์ตนู้นเสิร์ตนี่เต็มไปหมด เหมือนกับว่ามันเป็นเครื่องมือมหัศจรรย์ที่หาอะไรก็เจอ ต้องการอะไรก็ได้
 
 
.....
........
...........
 
จากที่เล่นแค่ในร้านเน็ต ก็อ้อนพ่ออ้อนแม่จนได้เน็ตโมเดมเน่าๆ ที่เข้าเว็บ dek-d ทีต้องรอครึ่ง ชม. มาเล่น ต่อมาไม่ถึงปีมันก็พัฒนากลายเป็นไฮสปีด 1 M ของทรู แล้วก็วิวัฒนาการต่อมาเป็น 2 M , 4 M และ 6 M ในปัจจุบัน
 
จนกระทั่งตอนนี้เราเล่นเว็บนู้นเว็บนี่ทั่วไปหมด เราพอเขียนเว็บได้บ้างแบบงูๆ ปลาๆ , มีบล็อกส่วนตัว , มี Social Network อาจจะไม่ได้เก่งครอบจักรวาล แต่เมื่อเทียบความรู้ความสามารถแล้วการเจนเน็ตแล้ว รู้สึกว่าเราในวันนั้นช่างเป็นเด็กน้อยที่อ่อนหัดเสียเหลือเกิน